รักแห่งสยาม 11ปีผ่านไป กลับมาฉายอีกครั้ง ฉบับไดเรกเตอร์คัต

redcafe รักแห่งสยาม 11ปีผ่านไป กลับมาฉายอีกครั้ง ฉบับไดเรกเตอร์คัต

“เราคงคบกับมิวเป็นแฟนไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า เราไม่ได้รักมิวนะ” ประโยคที่นอกจาก จะอธิบายความรู้สึก และความสัมพันธ์ระหว่างโต้งและมิว ขณะเดียวกัน มันก็สะท้อนถึงภาวะทางสังคม ที่นำพาให้เด็กหนุ่มทั้งคู่ ต้องตัดสินใจเลือกเส้นทาง ความสัมพันธ์ให้เป็นไปในทิศทางที่ผู้คน และปัจจัยแวดล้อม รอบตัวสบายใจที่ให้เป็น กำลังจะถูกนำกลับมาฉายซ้ำ ในโรงภาพยนตร์อีกครั้ง ที่ House Samyan ช่วงวันที่ 14-20 พฤศจิกายนนี้

รักแห่งสยาม คือบทบันทึกอะไรอีกหลากหลายด้าน ของคนหนุ่มสาว และสังคมในยุค ที่สยามสแควร์ ยังมีน้ำพุเซ็นเตอร์พอยท์ และเรื่องราวอันลึกซึ้ง อบอุ่น ของตัวละคร ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ไปจนถึงรุ่นลูก อย่างโต้งและมิว

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ด้วยการมาถึงและแง่มุมบางอย่างของ “ดิว ไปด้วยกันนะ” ผลงานเรื่องล่าสุดของ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับ “รักแห่งสยาม” ที่กำลังเข้าฉาย ในโรงภาพยนตร์ในเวลานี้นั้น ทำให้แฟนๆ อดที่จะหวนนึกถึงความทรงจำ เมื่อครั้งได้ชม ผลงานภาพยนตร์ เรื่องก่อนหน้า ที่สร้างชื่อให้กับเขาไม่ได้

ย้อนกลับไปในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2550 มันคือวันแรกที่ รักแห่งสยาม ออกฉายสู่สายตาชาวไทย

เมื่อเปิดรายชื่อนักแสดงนำ จากการโปรโมต หนังเต็มไปด้วยนักแสดงวัยรุ่นหน้าใหม่ ที่แทบไม่มีใครรู้จักอย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ, พิช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล, เบสท์-อธิชา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์, ตาล-กัญญา รัตนเพชร์ โดยที่คนดูหนังคงไม่คาดคิดว่า กลุ่มนักแสดงร่วมอย่าง นก-สินจัย เปล่งพานิช, กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี และ พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ จะเป็นอีกส่วนสำคัญ ที่ทำให้หนังเรื่องนี้ กลายเป็นมากกว่าหนังรักวัยรุ่น เพราะเนื้อหากลับซ่อนไว้ ด้วยมิติของเรื่องราวในครอบครัว

ซีน “ข้าวไข่พะโล้ ระหว่างสุนีย์ และกรผู้เป็นสามี” กลายเป็นหนึ่งในซีนโรแมนติก ที่เต็มไปด้วยความขื่นขม แต่ขณะเดียวกัน ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกรัก และปรารถนาดี ที่มีให้ต่อกัน

นก-สินจัย เปล่งพานิช เคยแสดงทัศนะ ถึงตัวละครสุนีย์เอาไว้อย่างน่าสนใจว่า “ลูกสาวคนหนึ่ง หายไปจากบ้านตลอดชีวิต ซึ่งตรงนี้มันก็ส่งผลกระทบ ต่อครอบครัว อย่างตัวที่นกเล่นเป็น “สุนีย์” เขาก็ไม่ได้คิดว่า ทุกอย่างมันจะแตก เขาคิดแค่ว่า ทำยังไงจะประคับประคอง ทุกอย่างไปได้ ทำยังไงถึงจะดูแล ผู้ชายคนนี้ได้ ดูแลลูกได้ ครอบครัวมันก็เป็นอย่างนี้ มันก็ต้องดูว่า เราจะประคับประคอง ไปได้แค่ไหน เราจะผ่านตรงนี้ไปได้อย่างไร ไม่ใช่คิดแต่ว่ามีปัญหา เลิกกันดีกว่า เลิกกันแล้วฉันจะได้ ไม่ต้องอยู่กับปัญหานี้”

ขณะที่ซีนจูบตรงม้าหิน ระหว่างตัวละคร “โต้ง” และ “มิว” ก็เป็นอะไรที่มาก ไปกว่าซีนโรแมนติก แต่จูบเล็ก ๆ เพียงไม่กี่วินาทีนั้นยังถือ เป็นการฉายภาพให้เห็นถึงบริบททางสังคม ที่มีต่อเรื่องราว “ความรักระหว่างเพศสภาพ” ที่ส่งผลต่อความรู้สึกร่วม ของคนดูในช่วงเวลานั้น ได้อย่างทรงพลัง

รักแห่งสยาม ทำรายได้รวม เมื่อหมดโปรแกรมฉาย ไปทั้งสิ้น 42 ล้านบาท และสามารถคว้ารางวัลใหญ่ จากการประกาศผล ภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 17 ได้ถึง 3 รางวัล คือ รางวัลผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์), รางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล) และรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

ที่สำคัญ มันคือหนังที่ทั้งแจ้งเกิด และเปลี่ยนชีวิตนักแสดงวัยรุ่น หน้าใหม่อย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ ในบทโต้ง และ พีช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล ในบทมิว ไปนับตั้งแต่นั้น

นอกจากนี้ ผลจากความสำเร็จของหนัง ส่งให้วงเฉพาะกิจในนาม “ออกัส” ซึ่งมีบทบาทร่วมอยู่ในหนัง กลายเป็นวงดนตรีขึ้นมาจริง ๆ โดยมีสมาชิกทั้งหมด 11 คน หนึ่งในนั้นคือ พิช ที่ต่อมากลายเป็นนักร้อง และนักแสดงที่มีแฟนคลับจีน เหนียวแน่นอย่างที่สุด


ข่าวกีฬาฟุตบอล สดใหม่อัพเดททุกความเคลื่อนไหว ได้ที่ Redcafe.co

รับชมฟุตบอล สดคุณภาพระดับ HD ได้ที่ Tidkobjor.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *